01
สองหน่วยงาน แยกการบริหารข้อมูล
คงแนวคิดแพลตฟอร์มตำรวจและโรงเรียนจากข้อเสนอเดิม โดยกำหนดขอบเขตการใช้งานและเจ้าของข้อมูลของแต่ละฝั่งให้ชัดเจน
A / POLICE DOMAIN
ตำรวจ / สถานีตำรวจ / จังหวัด
ค้นหาคนและรถที่สนใจ เฝ้าระวังพื้นที่ และสนับสนุนการสืบสวนหรือการจราจรตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
FACE, PERS, OID และ LPR สำหรับค้นหาและเรียงเหตุการณ์ INTR, LEFT, DENS และ FT สำหรับเฝ้าระวังพื้นที่ SPW, ILP และโมดูลรถจักรยานยนต์ตามขอบเขตงานจราจร
B / SCHOOL DOMAIN
โรงเรียน / เขตพื้นที่ / สพฐ.
ดูแลทางเข้าออกและพื้นที่เสี่ยง ช่วยตรวจสอบเหตุ และส่งข้อมูลให้ผู้รับผิดชอบตามกระบวนการของโรงเรียน
INTR, LEFT และ DENS สำหรับพื้นที่และช่วงเวลาที่กำหนด FT และ OID สำหรับช่วยตรวจเหตุและค้นภาพที่เกี่ยวข้อง LPR สำหรับประตูหรือจุดรับส่งเมื่อมีความจำเป็น
ใช้บริการ AI ร่วมกัน ≠ เปิดค้นข้อมูลข้ามหน่วยงาน ข้อมูลภาพ ผลตรวจจับ ดัชนีค้นหา และทะเบียนบุคคลต้องมีขอบเขตสิทธิ์ของตนเอง การส่งต่อระหว่างโรงเรียนและตำรวจให้ผูกกับเหตุและสิทธิ์ที่อนุญาต
FACE/PERS สำหรับงานระบุตัวบุคคลในโรงเรียนต้องกำหนดวัตถุประสงค์และผู้มีสิทธิ์ก่อนเลือกใช้ ไม่กำหนดฐานใบหน้านักเรียนทุกคนเป็นค่าเริ่มต้นของข้อเสนอนี้
02
เลือกฟังก์ชันจากงานที่ต้องทำจริง
ฐานสำหรับงาน Analytics คือ Core Platform (Standard) ร่วมกับโมดูลที่เลือก เอกสารระบุการบันทึกวิดีโอ ค้นหาวัตถุ Dashboard และ Automation/API แต่ยังต้องยืนยันเวอร์ชัน License และขนาดระบบที่จัดส่งจริง [1]
รายการด้านล่างมีในเอกสารผลิตภัณฑ์ ความแม่นยำและความพร้อมต้องตรวจรับตามพื้นที่
เลื่อนตารางในแนวนอนเพื่ออ่านรายละเอียด
HEM, RIDE และ RIDT ระบุมุมกล้องด้านหลังในเอกสาร; RIDT จำแนกประเภทไรเดอร์ เช่น รถรับจ้างหรือผู้ส่งอาหาร ไม่ใช่โมดูลนับคนซ้อนท้าย [5]
อาวุธที่มองเห็นในภาพ AI Search และคู่มือกล่าวถึงอาวุธและการแจ้งเตือน แต่การตรวจปืนอัตโนมัติต้องยืนยันโมเดล เงื่อนไขภาพ ความหน่วง และอัตราแจ้งผิด ไม่ถือว่าพร้อมใช้งานจากการมีตัวอย่างคำค้นเพียงอย่างเดียว [3] [6]
ติดตามจากหลายกล้อง แผนที่แสดงจุดและเวลาที่ตรวจพบ พร้อมเส้นทางคาดการณ์ระหว่างกล้อง ไม่ใช่พิกัดต่อเนื่องแบบ GPS และไม่รับรองว่าจับคู่บุคคลได้ถูกต้องทุกช่วง [4] [5]
03
ตำแหน่งประมวลผลกำหนดเส้นทางข้อมูล
แยกการบันทึกวิดีโอ การทำ AI และการจัดการเหตุออกจากกัน หากทำ AI ที่ส่วนกลาง ต้องส่งภาพ เฟรม คลิป หรือสตรีมที่เพียงพอให้ส่วนกลางวิเคราะห์ การส่งเฉพาะ Metadata ทำได้เมื่อมีการวิเคราะห์ที่ต้นทางแล้ว
Logical architecture / รูปแบบที่เสนอ เส้นทึบ: ผลวิเคราะห์ · เส้นประ: ภาพสำหรับ Central AI
เลื่อนผังในแนวนอนเพื่อดูทั้งสองหน่วยงาน
แผนภาพแสดงการแยกขอบเขตข้อมูลและทางเลือกทำ AI เส้นประใช้งานเมื่อเลือก Central AI ส่วน Live View และการสำรองหลักฐานมีเส้นทางแยกตามรายละเอียดด้านล่าง การแยกสิทธิ์และดัชนีค้นหาต้องทดสอบก่อนเปิดใช้งาน
AI ในพื้นที่
AI ส่วนกลาง
ใช้ร่วมกัน
Edge inference — วิเคราะห์ภาพใกล้กล้อง
CCTV / NVR → AI Server ในพื้นที่ → Event + ภาพประกอบที่อนุญาต → ระบบหน่วยงาน
ต้นทางต้องมีเครื่องประมวลผล โมเดล และ License ที่รองรับงานนั้น จึงส่งผลตรวจจับขึ้นส่วนกลางได้ การบันทึกในพื้นที่ยังทำต่อได้เมื่อ WAN ขัดข้อง ส่วน AI และการแจ้งเตือนภายในพื้นที่ต้องมีอุปกรณ์และช่องทางที่รองรับจริง
Central inference — ส่งภาพให้ AI ส่วนกลาง
CCTV / NVR → Gateway ส่งเฟรม / คลิป / สตรีม → iBOC AI ส่วนกลาง → ผลกลับระบบหน่วยงาน
ต้องคิด WAN สำหรับข้อมูลภาพที่ส่งไปวิเคราะห์ด้วย หากต้นทางมีเพียง Motion Trigger หรือ Frame Sampling ผลของอาวุธ ใบหน้า หรือพฤติกรรมจะยังไม่เกิดจนกว่าส่วนกลางวิเคราะห์เสร็จ เหตุที่หลุดช่วง Sampling หรืออยู่นอกคลิปอาจตรวจไม่พบ
Hybrid inference — แบ่งงานตามความเร่งด่วน
Edge ตรวจเหตุที่ต้องตอบสนองเร็ว + ส่วนกลางช่วยค้นหา / วิเคราะห์เพิ่ม → ข้อมูลเหตุในระบบหน่วยงาน
กำหนดให้ชัดว่าโมดูลใดรันที่ไหน ส่งข้อมูลอะไร และทำงานอย่างไรเมื่อ WAN ขาด ใช้ศูนย์ข้อมูลหน่วยงาน Private Cloud หรือ Public Cloud ตามข้อกำหนด; AWS + NVIDIA ตามไฟล์เดิมเป็นทางเลือกที่ต้องยืนยัน Runtime ของ iBOC ความเข้ากันได้ และภาระงานก่อนเลือกใช้
บริการคิวงาน, MLOps, Autoscaling, Multi-tenant Isolation, Video Federation และคลังหลักฐานเป็นส่วนที่ต้องออกแบบหรือเชื่อมเพิ่ม ไม่สรุปว่าเป็นฟังก์ชันสำเร็จรูปของ iBOC จากเอกสารที่ได้รับ
04
AI แจ้งสัญญาณ คนตรวจสอบและสั่งการ
iBOC ช่วยรวมภาพ ผลวิเคราะห์ และข้อมูลเหตุ ส่วนการยืนยันเหตุ การส่งต่อ และการสั่งกำลังเป็นหน้าที่ของผู้ได้รับมอบหมาย ระบบสื่อสารต้องเชื่อมกับกระบวนการเดิมของแต่ละหน่วยงาน
01 / SIGNAL รับสัญญาณเหตุ AI Alert หรือคนแจ้งเหตุ / SOS
02 / VERIFY เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ดูภาพ เวลา สถานที่ และข้อมูลประกอบ
03 / COORDINATE ประสานผู้รับผิดชอบ ส่งข้อมูลเฉพาะเหตุและยืนยันการรับเรื่อง
04 / ACT ผู้มีอำนาจสั่งการ ตอบสนองตามหน้าที่และบันทึกผล
เหตุฉุกเฉินไม่ต้องรอ AI ยืนยัน เมื่อเจ้าหน้าที่พบเหตุเร่งด่วน ให้ใช้ช่องทางและ SOP เดิมได้ทันที พร้อมตรวจสอบข้อมูลคู่ขนาน หากระบบหรือเครือข่ายใช้งานไม่ได้ ต้องมีโทรศัพท์ วิทยุ หรือช่องทางสำรองที่กำหนดไว้
การส่ง Webhook หรือข้อความแจ้งเตือนจาก iBOC ไม่ได้ยืนยันว่าเชื่อม 191, OnePolice, KMPPP หรือระบบ Dispatch ได้แล้ว เอกสารที่ได้รับยังไม่รองรับข้อสรุปดังกล่าว
05
คำนวณจากสมมติฐานที่มองเห็นได้
คงตัวเลขตั้งต้นจากไฟล์เดิมเพื่อใช้เปรียบเทียบ: ตำรวจ 1,430 แห่ง × 100 กล้อง และโรงเรียน 30,000 แห่ง × 16 กล้อง รวม 623,000 กล้อง ตัวเลขนี้เป็นกรอบสมมติฐานโครงการ ไม่ใช่ทะเบียนจำนวนหน่วยงานหรือกล้องที่ยืนยันแล้ว
แบบจำลอง Storage และ WAN แก้ค่าเพื่อสำรวจภาระงาน · หน่วยฐานสิบ
วิดีโอดิบทุกกล้อง / วัน 13.457 PB บันทึก 24 ชั่วโมง ยังไม่รวมส่วนเผื่อ
วิดีโอดิบตามระยะเก็บ 403.704 PB รวมทุกไซต์ · 30 วัน
ข้อมูลภาพขาเข้า Central AI / วัน 0 B Edge AI วิเคราะห์ภาพในพื้นที่
Event Payload / วัน 4.000 GB จากกล้อง AI 1,000 ตัวตามสมมติฐาน
ข้อมูล AI ผ่าน WAN รวม / วัน 4.000 GB ภาพขาเข้า Central AI + Event Payload
อัตราข้อมูลเฉลี่ยเทียบเท่า 0.370 Mbps ไม่ใช่ขนาดวงจรที่แนะนำ ต้องคำนวณ Peak เพิ่ม
WAN ยังไม่รวม Live/Playback, Archive/Backup, Retries และ Protocol Overhead; Storage ยังไม่รวม RAID/Replication, Index, ระบบสำรอง และพื้นที่เผื่อ แบบจำลองนี้ยังไม่ใช้กำหนดจำนวน GPU หรือราคาจัดซื้อ
สูตรและขอบเขตการนับข้อมูล
ต้องเปิด JavaScript เพื่อปรับแบบจำลอง ผลที่แสดงเป็นตัวอย่างจากค่าตั้งต้น: 623,000 กล้อง บันทึก 2 Mbps 30 วัน และเปิด Edge AI 1,000 กล้อง
ขนาด AI Server ต้องอิงผลทดสอบต่อโมดูล ระบุจำนวนช่อง AI พร้อมกัน, FPS ที่โมเดลใช้, การ Decode, โมเดลที่รันร่วมกัน, ขนาดภาพ, ความหน่วง p95 และงานค้นย้อนหลัง ก่อนเลือก GPU หรือ NPU ต้องให้ทีม iBOC ยืนยัน Runtime ที่รองรับและทดสอบชุดงานเดียวกับที่จะส่งมอบ
06
คงกรอบสองระยะ ตรวจรับตามภาระงาน
คงกรอบดำเนินงานจากข้อเสนอเดิม: ระยะที่ 1 ภาคกลางและภาคตะวันออก ระยะที่ 2 พื้นที่ที่เหลือ โดยทดสอบภายในงานออกแบบและตรวจรับแต่ละระยะ ไม่เพิ่มโครงการ PoC หรือ Phase 0 แยกต่างหาก
PHASE 01 / CENTRAL & EAST ติดตั้งระบบและเปิดบริการระยะแรก ยืนยันบัญชีจังหวัด ไซต์ กล้อง และโมดูลที่เปิดใช้จริง ติดตั้งระบบหน่วยงาน iBOC และโครงสร้างพื้นฐานตามแบบที่อนุมัติ เชื่อม Workflow รับเหตุและระบบเดิมตาม Interface ที่ได้รับอนุญาต ทดสอบความแม่นยำ ภาระงาน สิทธิ์ข้อมูล และการทำงานเมื่อ WAN ขาด ส่งมอบและตรวจรับตามเกณฑ์ที่กำหนดก่อนทดสอบ
PHASE 02 / REMAINING REGIONS ขยายพื้นที่และกำลังประมวลผล ขยายไซต์ตามบัญชีและขอบเขตระยะที่ 2 ที่ได้รับอนุมัติ เพิ่ม AI, Database, Video, WAN และ Storage จากภาระงานที่วัดได้ ขยายการรับแจ้งเหตุและเจ้าหน้าที่รับผิดชอบให้ครบพื้นที่ ทดสอบการกระจายงาน การกู้คืน และผู้ใช้พร้อมกันตามแบบขยาย ตรวจรับก่อนเปิดบริการแต่ละชุดพื้นที่
เกณฑ์ตรวจรับที่ต้องระบุในขอบเขตงาน ทดสอบแยกตามโมดูลและกล้องจริง: Precision/Recall, False Alerts ต่อกล้องต่อวัน, ความหน่วงตั้งแต่ตรวจพบถึงแจ้งผู้รับ, ภาระผู้เฝ้าระวัง, งานค้นหา, ผู้ใช้พร้อมกัน, การขาดเครือข่าย และการกู้คืน ไม่กำหนด Accuracy หรือ SLA ตัวเลขเดียวให้ทุก Use Case
การแยกข้อมูลและการเข้าถึง ยืนยันผู้มีสิทธิ์ดูภาพ ค้นบุคคล ส่งต่อเหตุ และนำข้อมูลออก แยกข้อมูลและดัชนีค้นหาตามหน่วยงาน ทดสอบการปฏิเสธสิทธิ์ข้ามหน่วยงาน พร้อมกำหนด Retention, Audit และขั้นตอนจัดการข้อมูลร่วมกับผู้รับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน
ความต่อเนื่องและหลักฐาน แยกทดสอบ Local Recording, Local AI, Local Alert และ Central Services ตามองค์ประกอบที่ติดตั้งจริง กำหนดข้อมูลระบุแหล่งภาพ เวลา เหตุ ผู้เข้าถึง และความครบถ้วนของไฟล์สำหรับการส่งออกหลักฐาน ส่วน Hash, Legal Hold และคลังหลักฐานต้องยืนยันระบบที่รองรับ ไม่ถือว่า iBOC จัดให้ครบโดยอัตโนมัติ
การเชื่อมต่อและการสนับสนุน ระบุรุ่นกล้อง โปรโตคอล VMS API, License, ข้อจำกัด Runtime และผู้รับผิดชอบแต่ละรอยต่อ กำหนดผู้ดูแลประจำวัน การส่งเวร การฝึกอบรม Support และแผนเปลี่ยนผู้ให้บริการก่อนปิดขอบเขตจัดซื้อ
07
แหล่งข้อมูลและประเด็นที่ยังต้องยืนยัน
ความสามารถผลิตภัณฑ์ด้านล่างอ้างอิงเอกสารที่ได้รับ ส่วนสถาปัตยกรรม การจัดวางระบบ และตัวเลขในแบบจำลองเป็นข้อเสนอสำหรับออกแบบต่อ ยังไม่ใช่ผล UAT หรือหลักฐานความพร้อมระดับประเทศ
[1] 01 iBOC Core Platform - Automation Rules.pdf หน้า 6–11: Core Standard, NVR, Object Search, Automation, API/Webhook และ Dashboard
[2] 02 iBOC Analytics Modules.pdf หน้า 2–4: INTR, LEFT, DENS, SPW และ FT
[3] 03 iBOC AI Search.pdf หน้า 2–4: OID, ข้อความค้นหา รูปภาพ และการแจ้งเตือน; ไม่ใช้แทนผลทดสอบตรวจอาวุธเฉพาะงาน
[4] 05 iBOC Face Recognition.pdf หน้า 3–10: FACE, การติดตามบนแผนที่ และ PERS; เส้นทางระหว่างกล้องเป็นการคาดการณ์
[5] 04 iBOC LPR _ Traffic Enforcement.pdf หน้า 3–4 และ 7–16: LPR, เงื่อนไขทะเบียนไทย, SPW, ILP, HEM, RIDE, RIDT และข้อกำหนดมุมกล้อง
[6] iBOC Manual .docx คู่มือ App Version 2024.35.1: การค้นหา กล้อง ระบบอัตโนมัติ และ API Testing; ต้องยืนยัน Release ที่จะจัดส่งอีกครั้ง
[7] Police_Innopolis_National_AI_Platform.html — ต้นฉบับ ที่มาของชื่อโครงการ สมมติฐาน 1,430 สถานี / 30,000 โรงเรียน และกรอบสองระยะ ไม่ใช่แหล่งยืนยันจำนวนไซต์จริง
สิ่งที่ปรับจากต้นฉบับ ย้ายตัวเลขจำนวนไซต์และกล้องจากยอดยืนยันมาเป็นสมมติฐานที่แก้ไขได้ แยก Edge AI และ Central AI พร้อมข้อมูลภาพที่ต้องส่งจริง เติมฟังก์ชัน iBOC ตามเอกสาร และแยกระบบที่ต้องพัฒนาหรือเชื่อมเพิ่ม แก้ลำดับตรวจสอบเหตุและส่งต่อให้ผู้มีอำนาจ โดยไม่ปิดกั้นช่องทางฉุกเฉินเดิม เพิ่ม WAN ขาเข้า AI ในแบบจำลอง และแยกจาก Storage, Live และ Archive เปลี่ยนจากการล็อก Cloud/GPU เป็นทางเลือกตาม Runtime และผลทดสอบ
รายการที่เจ้าของโครงการต้องยืนยัน บัญชีไซต์และจังหวัดแต่ละระยะ, จำนวนกล้องเดิม/ใหม่, ช่อง AI ต่อโมดูล, ตำแหน่งประมวลผล, เวอร์ชันและ License iBOC, ระบบเดิมและสิทธิ์ API, นโยบายข้อมูล/หลักฐาน และเกณฑ์ตรวจรับของแต่ละหน่วยงาน